ประวัติความเป็นมา

ของ

กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำหรับกองคดี นั้น เท่าที่มีหลักฐานปรากฏ คือ คำสั่งกรมตำรวจ ที่ ๒๓/๘๕๖๒ ลงวันที่ ๒๗ ธ.ค. ๒๕๔๖ ข้อ ๙ “ให้โอนพนักงานและเสมียนกองคดีที่เหลือจากการแบ่งไปประจำในกองบังคับการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร มาขึ้นอยู่ใน     กองสารบรรณ และให้นายร้อยตำรวจโท ขุนประจักษ์คดี เป็นหัวหน้าการคดี มีหน้าที่ตรวจแนะนำเสนอหนังสือรายงานที่เกี่ยวกับคดี ตลอดทั้งการลงโทษตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยฐานละเมิดวินัยกรมตำรวจ” คำว่า “กองคดี” ในสมัยนั้นมีความหมายถึงส่วนราชการที่ทำหน้าที่ในทางคดี
                ต่อมา ปี พ.ศ.๒๔๗๕ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ได้มีการจัดวางโครงสร้างกรมตำรวจขึ้นในวันที่ ๑๗ พ.ย. ๒๔๗๕ แบ่งกรมตำรวจออกเป็น  ๖ กอง กองคดีนั้นมีฐานะเป็นแผนก ใช้ชื่อว่า แผนกสารบรรณและคดี ขึ้นอยู่กับกองกลาง
                ปี พ.ศ.๒๔๗๖  ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการสำนักงาน และกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๔๗๖ โดยแผนกคดีได้แยกตัวออกมาจากแผนกสารบรรณ โดยขึ้นอยู่กับสำนักงานเลขานุการกรม
                ปี พ.ศ.๒๔๘๔ มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๔๘๔ โดยให้แผนกคดี มีฐานะเป็นกอง โดยแบ่งออกเป็น ๓ แผนก ดังนี้

๑)  แผนก ๑ (วินัย )
๒)  แผนก ๒ (คดีคนไทย)
๓)  แผนก ๓ (คดีคนต่างด้าว)
ปี พ.ศ.๒๔๙๓  ได้มีการขยายงานในกองคดีเป็น ๔ แผนก ดังนี้
๑)  แผนกคดีคนไทย
๒)  แผนกคดีคนต่างด้าว
๓)  แผนกตรวจสำนวน
๔)  แผนกพิจารณาทัณฑ์
ปี พ.ศ.๒๕๓๙  ให้กองคดีประกอบด้วย
๑)  ฝ่ายอำนวยการ ประกอบด้วย
๑.๑)  งานธุรการและกำลังพล
๑.๒)  งานการเงินและพัสดุ
๑.๓)  งานนโยบายและแผน
๒)  ฝ่ายคดีอาญา  ประกอบด้วย
๒.๑)  งานคดีอาญา ( คดีคนไทย )
๒.๒)  นิติกรคดีอาญา
๒.๓)  นิติกรที่ปรึกษา
๓)  ฝ่ายตรวจสอบสำนวน ประกอบด้วย
๓.๑)  งานตรวจสอบสำนวน ๑
๓.๒)  งานตรวจสอบสำนวน ๒
๓.๓)  งานตรวจสอบสำนวน ๓
๓.๔)  งานตรวจสอบสำนวน ๔
๓.๕)  งานตรวจสอบสำนวน ๕
๓.๖)  งานตรวจสอบสำนวน ๖

๔)  ฝ่ายคดีแพ่ง ประกอบด้วย
๔.๑)  งานคดีแพ่ง
๔.๒)  นิติกรคดีแพ่ง
๕)  ฝ่ายอุทธรณ์และฎีกาคดีอาญา

ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ – ๒๕๓๗ กรมตำรวจได้มีคำสั่งที่  ๑๕๓๗ / ๒๕๓๒ ลง ๑๕ ตุลาคม ๒๕๓๒ จัดและกำหนดหน้าที่การงานในสำนักงานกำลังพล โดยกำหนดให้สำนักงานกำลังพล กรมตำรวจ ขึ้นตรงต่อกรมตำรวจและแบ่งหน่วยงาน
เป็นการภายใน ทั้งนี้โดยกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาประจำกรมตำรวจ (ทำหน้าที่ด้านวินัย) มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแล
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ         กรมตำรวจ  กระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๓๕ ปรับปรุงแก้ไขการ      แบ่งส่วนราชการกรมตำรวจและกำหนดให้ กองวินัยเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานกำลังพล จึงได้แยก กองวินัย ออกจาก กองคดี
ปี พ.ศ.๒๕๔๘  ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘  จัดตั้งสำนักงานกฎหมายและสอบสวน โดยมีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ  และมีกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็น กองบังคับการหรือส่วนราชการที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๘  เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จัดตั้ง กองคดีอาญา ขึ้น โดย “แยกกองคดี” ออกเป็น กองคดีปกครองและคดีแพ่ง และ กองคดีอาญา มีฐานะเทียบเท่ากองบังคับการ สังกัด สำนักงานกฎหมายและสอบสวน  จนถึงปัจจุบัน
กองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑)  ดำเนินการเกี่ยวกับงานคดีอาญา ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
๒)  พิจารณาข้อหารือ ปัญหาข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา รวมทั้งเสนอแนะปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
๓)  ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
โดยโครงสร้าง กองคดีอาญา แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มงาน และ ๒ งาน ดังนี้
๑) งานอำนวยการ
๒) งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
๓) กลุ่มงานคดีอาญา
๔) กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนอัยการ
๕) กลุ่มงานอุทธรณ์และฎีกาคดี
ปี พ.ศ.2552   มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 มีผลบังคับใช้  
7 กันยายน 2552  กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่น   ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
กองคดีอาญา แบ่งเป็นดังนี้
1.  ฝ่ายอำนวยการ
2.  กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน 1
3.  กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน 2
4.  กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน 3
5.  กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน 4
6.  กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญคดีอาญา
กองคดีอาญา มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1)  ดำเนินการเกี่ยวกับงานคดีอาญา ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2)  พิจารณาข้อหารือ ปัญหาข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง
กับคดีอาญา รวมทั้งเสนอแนะปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
3)  ศึกษาวิจัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวนและคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
4)  ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ
มอบหมาย